8 พฤศจิกายน 2026เผยแพร่โดย ซิลิคอน วัลเลย์ อินโนเวชั่นที่มาและวิธีทำข่าวมาตรฐานข่าว
ข่าวเทคโนโลยีจากกรุงเทพฯกรุงเทพฯ / ไทย + อังกฤษ
SV News
EN

สุขภาพ

AI จับสัญญาณความดันสูงจากสมาร์ตวอทช์ แต่ยังไม่แทนเครื่องวัด

อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่างานวิจัยนี้ทำอะไรได้และยังทำอะไรไม่ได้ ความดันเท่าไรถือว่าสูงตามกรมควบคุมโรค และวัดที่บ้านให้ได้ตัวเลขที่เชื่อถือได้อย่างไร

Read in English

ข้อมือที่สวมสมาร์ตวอทช์หน้าจอแสดงเวลาและตัวเลขสุขภาพ สายสเตนเลสถักสีเงิน เห็นเฉพาะแขน ไม่เห็นใบหน้า
สมาร์ตวอทช์บนข้อมือ ภาพประกอบ ไม่ใช่รุ่นที่ใช้ในงานวิจัยภาพโดย Sabina จาก Unsplash
ไปที่หัวข้อ
  1. AI อ่านชีพจรกับการขยับ แล้วให้เป็นโอกาส ไม่ใช่ตัวเลขความดัน
  2. ทดลอง 196 คน นาฬิกาจับได้ 65.8% ส่วนวัดที่คลินิกครั้งเดียวจับได้ 55.3%
  3. ยังเป็นงานวิจัย และ Google ระบุว่าไม่ได้มาแทนเครื่องวัด
  4. วัดความดันจริงที่บ้านตามวิธีของกรมควบคุมโรค
  5. เมื่อไรควรพบแพทย์ และอย่ารอให้มีอาการ
  6. คำถามที่พบบ่อย
  7. แหล่งข้อมูล

คนที่ความดันโลหิตสูงจำนวนมากไม่รู้ตัวเลย เพราะโรคนี้มักไม่มีอาการอะไรให้สังเกตในช่วงแรก กว่าจะรู้ก็ตอนไปวัดโดยบังเอิญ หรือตอนที่เกิดเรื่องแล้ว ผู้ใหญ่ที่ความดันสูงมากกว่าครึ่งยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็น นี่คือโจทย์ที่ทีมวิจัยของ Google พยายามแก้ด้วยนาฬิกาที่หลายคนใส่อยู่แล้ว

ทีมวิจัยสร้าง AI ที่อ่านข้อมูลจากสมาร์ตวอทช์ทั่วไป แล้วประเมินว่าผู้ใส่มีสัญญาณความดันโลหิตสูงหรือไม่ งานนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ตามที่ The Decoder รายงาน เรื่องนี้น่ารู้ไว้ แต่ยังเป็นงานวิจัย ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่คนไทยเปิดใช้ได้วันนี้

AI อ่านชีพจรกับการขยับ แล้วให้เป็นโอกาส ไม่ใช่ตัวเลขความดัน

นาฬิกาที่ใช้มีแค่สองอย่างที่สมาร์ตวอทช์ส่วนใหญ่มีอยู่แล้ว คือเซ็นเซอร์ที่ใช้แสงส่องผิวใต้ข้อมือเพื่อนับชีพจร กับเซ็นเซอร์ที่จับการขยับของแขน ในบล็อกของ Google Research ระบบนี้ไม่ต้องเอาเครื่องวัดแบบสายรัดแขนมาปรับเทียบก่อนใช้ และใช้ส่วนสูงของผู้ใส่ประกอบด้วย

AI ฝึกจากข้อมูลเซ็นเซอร์ 492,347 ชั่วโมงของผู้ร่วมโครงการ 2,109 คน โดยไม่มีใครบอกล่วงหน้าว่าใครความดันสูง มันเรียนรู้รูปแบบชีพจรของแต่ละคนเอง แล้วเฉลี่ยข้อมูลหลายวันออกมาเป็นความน่าจะเป็นว่าความดันสูง ผลที่ได้จึงเป็นคำเตือนว่าน่าจะสูง ไม่ใช่ตัวเลขอย่าง 130/80 ที่เอาไปเทียบกับเกณฑ์ได้

ทดลอง 196 คน นาฬิกาจับได้ 65.8% ส่วนวัดที่คลินิกครั้งเดียวจับได้ 55.3%

ผลทดลองมาจากผู้ใหญ่ 196 คนที่ห้าศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ ทีมวิจัยให้ทุกคนสะพายเครื่องวัดความดันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แพทย์ใช้ยืนยันโรค เพื่อเป็นเฉลยว่าใครความดันสูงจริง แล้วดูว่านาฬิกากับการวัดที่คลินิกครั้งเดียวจับคนกลุ่มนี้ได้กี่คน

นาฬิกาจับผู้ที่ความดันสูงได้ 65.8% การวัดที่คลินิกครั้งเดียวจับได้ 55.3% ส่วนคนที่ความดันปกติ นาฬิกาตอบว่าปกติถูกต้องราว 90% พูดง่าย ๆ คือนาฬิกาตามทันคนความดันสูงราวสองในสาม ยังพลาดอีกราวหนึ่งในสาม และคนปกติราวหนึ่งในสิบอาจถูกเตือนเกินจริง

อีกตัวเลขที่ควรดูควบคู่กันมาจากกลุ่มย่อย 48 คนที่วัดครั้งแรกที่คลินิกแล้วสูง นาฬิกาจับได้ 78.4% การวัดซ้ำที่คลินิกจับได้ 67.6% แต่การวัดความดันเองที่บ้านต่อเนื่องหลายวันจับได้ 89.2% สูงกว่านาฬิกา

ยังเป็นงานวิจัย และ Google ระบุว่าไม่ได้มาแทนเครื่องวัด

Google ระบุว่าวิธีนี้ไม่ได้มาแทนเครื่องวัดแบบสายรัดแขนและไม่ใช่การวินิจฉัยด้วยตัวเอง งานนี้เป็นการศึกษาความเป็นไปได้ระยะแรก และวิธีการยังอยู่ในขั้นทดลอง ไม่ได้บอกถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่หรือจะออกมา

ผู้ร่วมทดลองทุกคนไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดที่รู้อยู่ก่อน และไม่ได้กินยาลดความดัน จึงยังไม่รู้ว่าผลจะเหมือนกันไหมกับคนที่กินยาอยู่แล้วหรือมีโรคประจำตัว

มีรายงานว่างานวิจัยนี้ถูกนำไปใช้กับฟีเจอร์แนวโน้มความดันโลหิตในแอป Google Health แต่หน้าที่เปิดอ่านไม่มีชื่อรุ่นนาฬิกา และไม่มีรายชื่อประเทศที่ใช้ได้ ใครใส่สมาร์ตวอทช์อยู่ควรเช็กกับผู้ผลิตรุ่นของตัวเองโดยตรง

วัดความดันจริงที่บ้านตามวิธีของกรมควบคุมโรค

กรมควบคุมโรคใช้เกณฑ์ว่าความดันสูงเมื่อวัดในสถานพยาบาลได้ตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไป ตัวบนคือแรงดันตอนหัวใจบีบ ตัวล่างคือตอนหัวใจคลาย และเมื่อวัดเองที่บ้านด้วยเครื่องพกพา เกณฑ์ลดลงมาที่ 135/85 ตามเอกสารถามตอบตัวชี้วัดโรคความดันโลหิตสูงของกองโรคไม่ติดต่อ ถ้าผลที่บ้านกับที่คลินิกขัดกัน เอกสารนี้ให้ถือผลที่บ้านเป็นหลัก เพราะทำนายโรคแทรกซ้อนของหัวใจและหลอดเลือดได้ดีกว่า

วิธีวัดคือนั่งเท้าวางราบกับพื้น พักอย่างน้อย 2 นาทีก่อนวัด วัดวันละสองช่วง ช่วงเช้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นและหลังปัสสาวะแล้ว ก่อนกินข้าวเช้าและก่อนกินยา (ถ้ามี) ช่วงค่ำก่อนนอน แต่ละช่วงวัดอย่างน้อยสองครั้งห่างกัน 1 นาที ทำต่อเนื่อง 7 วัน หรืออย่างน้อย 3 วัน

ถ้าไม่มีเครื่องที่บ้าน ลองถามร้านยา คลินิก หรือสถานีสุขภาพชุมชนใกล้บ้านว่ามีเครื่องให้วัดไหม ค่าที่สูงครั้งเดียวยังบอกอะไรไม่ได้ เพราะหน้าโรคความดันโลหิตสูงของกรมควบคุมโรคอธิบายว่าความดันขึ้นลงได้ตลอดเวลา จึงวินิจฉัยเองไม่ได้ ต้องให้แพทย์ตัดสินว่าเป็นโรคหรือไม่

เมื่อไรควรพบแพทย์ และอย่ารอให้มีอาการ

ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการเลย บางคนปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ การที่ไม่มีอาการจึงไม่ได้แปลว่าความดันปกติ และถ้าปล่อยไว้อาจนำไปสู่หัวใจล้มเหลว หลอดเลือดสมองแตกหรือตัน หัวใจวาย และไตวาย

ถ้าวัดได้ 140 ถึง 179 สำหรับตัวบน หรือ 90 ถึง 109 สำหรับตัวล่าง แพทย์จะให้วัดเองที่บ้านต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันหรือนัดวัดซ้ำที่เดิมก่อนยืนยันโรค ส่วนถ้าตั้งแต่ 180/110 ขึ้นไป แพทย์จะพิจารณายืนยันการวินิจฉัยในวันนั้นหรือวันถัดไป จึงไม่ควรรอ

สิ่งที่ทำได้วันนี้คือถ้ายังไม่เคยวัดความดันอย่างถูกวิธี ให้เริ่มวัดเช้าและค่ำสัก 3 วันตามขั้นตอนข้างบน จดตัวเลข แล้วถ้ามีวันไหนถึงเกณฑ์ 135/85 ให้เอาตัวเลขที่จดไปปรึกษาแพทย์ ใครใส่สมาร์ตวอทช์อยู่แล้วก็ใช้ดูแนวโน้มได้ แต่ตัวเลขที่เชื่อถือยังเป็นตัวเลขจากเครื่องวัดแบบสายรัดแขน

คำถามที่พบบ่อย

สมาร์ตวอทช์วัดความดันแทนเครื่องวัดได้แล้วหรือยัง

ยังไม่ได้ Google ระบุว่าวิธีนี้ไม่ได้มาแทนเครื่องวัดแบบสายรัดแขนและไม่ใช่การวินิจฉัย และเป็นงานวิจัยระยะแรก

AI ของ Google จับความดันสูงได้แม่นแค่ไหน

ในการทดลอง 196 คนที่สหรัฐฯ นาฬิกาจับผู้ที่ความดันสูงได้ 65.8% ส่วนการวัดที่คลินิกครั้งเดียวจับได้ 55.3% และยังพลาดราวหนึ่งในสาม

ความดันเท่าไรถือว่าสูงตามกรมควบคุมโรค

เมื่อวัดในสถานพยาบาลคือ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไป และเมื่อวัดเองที่บ้านด้วยเครื่องพกพาคือ 135/85 ขึ้นไป แต่ต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย

ฟีเจอร์นี้ใช้ในไทยได้หรือยัง

ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน แหล่งที่เปิดอ่านไม่มีชื่อรุ่นนาฬิกาและไม่มีรายชื่อประเทศที่ใช้ได้

แหล่งข้อมูล

บุคคล บริษัท และหัวข้อในข่าว

ความดันโลหิตสูงสมาร์ตวอทช์GoogleAIสุขภาพ

ข่าวอื่นจาก SV News

แชร์เป็นสตอรี่

บันทึกภาพนี้หรือเลือกแอปบนโทรศัพท์ แล้วเพิ่มลิงก์บทความด้วยสติกเกอร์ลิงก์ใน Instagram

กำลังเตรียมภาพ...

สีการ์ด
ภาพบนการ์ด
ข้อความบนการ์ด (เลือกได้ไม่เกิน 3)

ค้นหา

บันทึกไว้

บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์นี้

ยังไม่มีข่าวที่บันทึกไว้ แตะสัญลักษณ์บันทึกบนข่าวเพื่อกลับมาอ่านภายหลัง

ภาพประกอบข่าว