ซีอีโอ Palantir เห็น 2 ทางมีอนาคตในยุค AI แต่นักวิจัยยังเห็นต่าง
นี่คือความเห็นของ Alex Karp ซีอีโอบริษัทที่ขายซอฟต์แวร์ AI ไม่ใช่ผลวิจัย อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่าส่วนไหนมีข้อมูลรองรับ ส่วนไหนยังเถียงกันอยู่ และควรถามอะไรกับงานของตัวเอง
แก้ไข · ฉบับก่อนหน้าเขียนว่า Karp บอกว่ามีแค่ 2 ทาง คำพูดของเขาคือโดยพื้นฐานมี 2 ทาง

ไปที่หัวข้อ
ถ้าวันนี้คุณทำงานหน้าคอมทั้งวัน แล้วซีอีโอบริษัท AI คนหนึ่งบอกว่าโดยพื้นฐานมี 2 ทางที่จะรู้ว่าตัวเองมีอนาคต คุณควรเชื่อแค่ไหน
เจ้าของประโยคนี้คือ Alex Karp ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Palantir บริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลและ AI เขาพูดในรายการ TBPN เมื่อ 12 มีนาคม 2026 ว่าทางแรกคือมีทักษะสายอาชีพ ทางที่สองคือเป็นคน neurodivergent หรือคนที่สมองทำงานต่างจากคนส่วนใหญ่ เช่น คนที่มีภาวะดิสเล็กเซีย ตามที่ Fortune รายงาน
ประโยคนี้เป็นความเห็นของเขา ไม่ใช่ผลวิจัย และ Palantir เองก็ขาย AI และเปิดโครงการรับคนกลุ่มนี้อยู่ ลองมาดูทีละส่วนว่าอะไรมีข้อมูลรองรับ
สายอาชีพได้แรงหนุนจริง แต่งานส่วนหนึ่งเป็นงานชั่วคราว
Karp พูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นปี
ที่งาน World Economic Forum ในเมือง Davos เมื่อมกราคม 2026 เขาบอกกับ Larry Fink ซีอีโอ BlackRock ว่า AI จะทำลายงานสายมนุษยศาสตร์ และถ้าเรียนปรัชญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำก็หวังว่าจะมีทักษะอื่นด้วย ตามที่ Fortune รายงาน
ตัวเลขฝั่งสายอาชีพมีให้เห็นจริง Nicole Bachaud นักเศรษฐศาสตร์แรงงานของ ZipRecruiter บอกกับ CNBC ว่าประกาศรับช่างเชื่อมและช่างท่อในสหรัฐเพิ่มขึ้น 164% เมื่อเทียบปีต่อปี ส่วนหนึ่งเพราะศูนย์ข้อมูลทำงานจากที่อื่นแทนไม่ได้ ต้องมีคนไปสร้างถึงหน้างาน
แต่ CNBC ก็เตือนว่างานก่อสร้างศูนย์ข้อมูลจำนวนมากเป็นงานชั่วคราว ลองนึกภาพการสร้างเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ ช่วงสร้างต้องใช้คนมาก แต่พอเสร็จแล้วคนดูแลเหลือไม่กี่คน Michael Hicks จาก Shenandoah University จึงมองว่าผลต่อตลาดแรงงานระยะยาวยังไม่มาก
ฝั่งไทยก็ขยับเรื่องนี้เหมือนกัน รัฐบาลตั้งเป้าให้ผู้เรียนสายอาชีพเป็น 55% และเน้นสาขาอย่าง EV และพลังงานสะอาด หุ่นยนต์ และดิจิทัลกับเซมิคอนดักเตอร์ ตามที่ Bangkok Biz News รายงาน
คนคิดต่างอาจได้เปรียบ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะ
ส่วนนี้ต้องอ่านอย่างระวัง
Karp เล่าว่าตัวเองมีภาวะดิสเล็กเซีย และบอกว่าสิ่งนี้ช่วยให้เขาคิดได้อย่างอิสระ ในรายการ TBPN เขาบอกว่าคนทำงานควรเป็นเหมือนศิลปินมากขึ้น และมองเรื่องต่าง ๆ จากอีกมุม ตามที่ Fortune รายงาน
Palantir มีโครงการ Neurodivergent Fellowship ประเมินค่าตอบแทนไว้ที่ 110,000 ถึง 200,000 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 3.7 ถึง 6.8 ล้านบาท) ไม่ต้องมีผลวินิจฉัย แต่เป็นงานประจำด้าน Business Development ที่ต้องพร้อมทำงานใน New York หรือ Washington, D.C. ตำแหน่งนี้จึงเป็นทางรับคนของบริษัทเอง ไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดแรงงานทั้งหมดเปลี่ยนไปแล้ว
Daniel Wendler นักจิตวิทยาด้าน neurodiversity ซึ่งเป็นออทิสติกเอง บอกกับ Fortune ว่ามุมมองที่ต่างออกไปมีค่าจริงเมื่อต้องใช้ AI และ AI ก็ช่วยแตกงานเป็นขั้นตอนหรือช่วยการสื่อสารได้ แต่เขาไม่เห็นด้วยกับภาพที่ว่าทุกคนต้องมีพรสวรรค์พิเศษ
คนคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะเหนือมนุษย์
แปลว่าข้อเสนอของ Karp ไม่ใช่คำตอบที่ใครจะเลือกเรียนเอาได้ สิ่งที่หยิบไปใช้ได้จริงมากกว่าคือการฝึกมองปัญหาจากอีกมุม ซึ่งไม่ต้องรอผลวินิจฉัยใด ๆ
นักวิจัยเห็นผลกับคนเริ่มงาน แต่ยังไม่เห็นคนตกงานทั้งระบบ
ข้อมูลที่หนักแน่นกว่าคำพูดมาจาก Stanford
งานวิจัย Canaries in the Coal Mine ฉบับปรับปรุงวันที่ 12 สิงหาคม 2026 พบว่าการจ้างงานคนอายุ 22 ถึง 25 ปีในอาชีพที่ AI กระทบสูง ต่ำกว่าระดับที่ควรเป็นราว 19% เมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกันในอาชีพที่กระทบน้อย ส่วนใหญ่มาจากการรับคนใหม่น้อยลง ไม่ใช่การเลิกจ้าง และคนมีประสบการณ์ยังไม่เห็นช่องว่างแบบเดียวกัน
ที่น่าสนใจคือ อาชีพที่ AI เข้ามาช่วยงานคน การจ้างงานยังทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น ผู้วิจัยเองบอกว่านี่เป็นสัญญาณช่วงแรก ยังสรุปไม่ได้ว่า AI เป็นสาเหตุ และยังไม่พบการเลิกจ้างวงกว้างทั้งระบบ
ส่วนเรื่องสายมนุษยศาสตร์ คนในวงการ AI ก็เห็นไม่ตรงกับ Karp Daniela Amodei ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic บอกกับ ABC News ว่าการเรียนมนุษยศาสตร์จะสำคัญกว่าที่เคย และ Jaime Teevan หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Microsoft บอกกับ WSJ ว่าการศึกษาแบบ liberal arts ยังสำคัญมาก ตามที่ Fortune รวบรวมไว้ ทั้งสามบริษัทต่างก็อยู่ในธุรกิจ AI จึงควรฟังทุกฝ่ายในฐานะความเห็น
3 คำถามที่ควรถามกับงานของตัวเอง
ไม่มีใครรู้แน่ว่าอีก 5 ปีงานไหนจะอยู่ แต่เช็กงานตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้
- งานของคุณต้องอยู่หน้างานจริงไหม: ถ้าต้องลงมือกับของจริงในสถานที่จริง AI ทำแทนได้ยากกว่า
- AI ช่วยคุณหรือแทนคุณ: จดงานประจำสัปดาห์นี้แล้วแยกดูว่าส่วนไหนทำซ้ำได้ ส่วนไหนต้องใช้วิจารณญาณ
- คุณมองปัญหาจากมุมที่คนอื่นไม่เห็นได้ไหม: ลองให้ AI ทำงานเดียวกับคุณ แล้วดูว่าคุณเพิ่มอะไรที่มันคิดไม่ถึง
ถ้าอยากลองข้อ 2 และ 3 กับงานจริง TH-AI Passport เปิดให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปใช้ฟรี ใครสมัครภายใน 30 พฤศจิกายน 2026 ได้ระดับสูงสุดตลอด 30 วันแรก
คำถามที่พบบ่อย
Karp พูดว่าคนกลุ่มอื่นจะไม่มีงานเลยหรือ
Fortune อ้างคำพูดของเขาว่ามี 2 ทางที่จะรู้ว่าคุณมีอนาคต ประโยคนี้เป็นความเห็นส่วนตัวในรายการ TBPN เมื่อ 12 มีนาคม 2026 ไม่ใช่ผลวิจัย
ต้องเป็น neurodivergent ถึงจะทำงานกับ Palantir ได้ไหม
ไม่ต้อง Fortune ระบุว่าไม่ใช่ข้อกำหนดในการทำงานกับบริษัท ส่วนหน้ารับสมัคร Fellowship ระบุว่าไม่ต้องมีผลวินิจฉัยหรือเปิดเผยข้อมูลทางการแพทย์
งานสายอาชีพปลอดภัยจาก AI จริงหรือ
ตอนนี้ความต้องการช่างบางสาขาในสหรัฐเพิ่มขึ้นจริง แต่ CNBC ระบุว่างานก่อสร้างศูนย์ข้อมูลจำนวนมากเป็นงานชั่วคราว จึงไม่ควรมองว่าเป็นหลักประกัน
เรื่องนี้ใช้กับตลาดงานไทยได้แค่ไหน
ตัวเลขส่วนใหญ่ในเรื่องนี้มาจากสหรัฐ ตลาดไทยอาจไม่เหมือนกัน แต่คำถามเรื่องงานหน้างานกับงานทำซ้ำใช้เช็กงานตัวเองได้
แหล่งข้อมูล
- Fortune: Palantir CEO says only trade workers or those with neurodivergence will succeed in the AI era
- Fortune: Palantir CEO says AI will destroy humanities jobs
- Fortune: Alex Karp and neurodivergent people in tech, with psychologist Daniel Wendler
- Palantir: Neurodivergent Fellowship job posting
- Stanford Digital Economy Lab: Canaries in the Coal Mine
- CNBC: The blue-collar AI job market is booming
- Bangkok Biz News: เป้าหมายผู้เรียนสายอาชีพ 55%



