ปี 2027 นั่งรถไฟฟ้าต่อกี่สายก็จ่ายไม่เกิน 45 บาท
เปลี่ยนสายแล้วไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำ สิทธิ์นี้เฉพาะคนไทยที่ผูกบัตรแตะจ่ายกับแอปเป๋าตัง โดยจ่ายเต็มที่ประตูก่อน แล้วรัฐโอนส่วนที่เกิน 45 บาทคืน

ไปที่หัวข้อ
ทุกเช้าวันทำงาน คนที่บ้านอยู่ริม MRT สายสีน้ำเงินแล้วต้องไปต่อ BTS สายสีเขียวเพื่อเข้าออฟฟิศ จะแตะบัตรผ่านประตูสองรอบ และจ่ายค่าแรกเข้าสองรอบ ค่าแรกเข้าคือเงินก้อนแรกที่ถูกนับทันทีที่เดินผ่านประตู ไม่ว่าจะนั่งไปกี่สถานี ทั้งสองสายเริ่มต้นที่ราว 17 บาท นั่งแค่ไม่กี่สถานีในแต่ละสายก็เสียไปแล้วราว 34 บาท และถ้านั่งไกลทั้งสองสาย ค่าโดยสารรวมอาจขึ้นไปถึงราว 90 บาทต่อเที่ยว
ปีหน้าตัวเลขนี้จะเปลี่ยน คณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ให้รถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเก็บค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารรวมทั้งเที่ยวไม่เกิน 45 บาท ไม่ว่าจะต่อกี่สาย โดยไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำตอนเปลี่ยนสาย มาตรการนี้ใช้ตลอดปี 2027 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ตามที่พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุม
สำหรับคนที่นั่งรถไฟฟ้าทุกวัน นี่คือเรื่องเงินในกระเป๋าโดยตรง กรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้าหลายสาย แต่หลายสายเดินรถโดยคนละหน่วยงานหรือคนละบริษัท ตามสัญญาคนละฉบับ และแต่ละรายก็เก็บค่าโดยสารของตัวเอง คนที่ต้องเปลี่ยนสายจึงจ่ายเหมือนขึ้นรถไฟฟ้าใหม่ทุกครั้ง ทั้งที่เป็นการเดินทางเที่ยวเดียวกัน มาตรการนี้มองทั้งเที่ยวเป็นก้อนเดียว ตั้งแต่ประตูแรกที่แตะเข้าจนถึงประตูสุดท้ายที่แตะออก
ยิ่งนั่งไกลและต่อหลายสาย ยิ่งเห็นเงินส่วนต่าง
ลองดูค่าโดยสารที่ใช้อยู่ตอนนี้ ซึ่ง Thai PBS รวบรวมไว้ เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2026 BTS สายสีเขียวช่วงในเมืองเริ่มราว 17 บาท สูงสุดราว 47 บาท แต่ถ้านั่งต่อเนื่องออกไปถึงส่วนต่อขยาย อาจขึ้นไปถึงราว 60 บาทต้น ๆ MRT สายสีน้ำเงินคิด 17 ถึง 44 บาท สายสีชมพูและสายสีเหลืองราว 15 ถึง 45 บาท ส่วนสายสีม่วงราว 14 ถึง 42 บาท ดูทีละสายแล้วยังไม่แพงนัก ปัญหาอยู่ตอนต้องต่อกัน เพราะตัวเลขของสองสายถูกนำมาบวกกัน
ลองนึกภาพคนที่บ้านอยู่ปลายส่วนต่อขยายของสายสีเขียว แล้วนั่งยาวเข้าไปทำงานในเมือง ทุกวันนี้เที่ยวแบบนี้อาจจ่ายถึงราว 60 บาทต้น ๆ ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนสายเลย ปี 2027 เที่ยวเดียวกันจะจ่ายไม่เกิน 45 บาท ส่วนต่างราว 15 บาทต่อเที่ยว ไปกลับก็ราว 30 บาทต่อวัน ถ้าทำงานเดือนละ 20 วัน ก็ราว 600 บาทต่อเดือน ส่วนคนที่ต่อสายสีน้ำเงินกับสายสีเขียวอย่างในย่อหน้าแรก ถ้านั่งไกลทั้งคู่ จากราว 90 บาทจะเหลือไม่เกิน 45 บาท หรือราวครึ่งเดียว
แต่ไม่ใช่ทุกเที่ยวจะถูกลง ใครนั่งสายเดียวระยะสั้นและจ่ายไม่ถึง 45 บาทอยู่แล้ว ยังจ่ายตามระยะทางเท่าเดิม เพราะ 45 บาทเป็นเพดาน ไม่ใช่ราคาเหมาจ่าย เงินส่วนต่างจะเห็นชัดกับคนที่นั่งไกล ต่อหลายสาย หรือบ้านอยู่ปลายเส้นทางที่ค่าโดยสารสูงอยู่แล้ว เช่นคนที่เดินทางจากชานเมืองเข้ามาทำงานทุกวัน
ประตูยังหักเงินเต็ม แล้วรัฐโอนส่วนต่างคืนเข้าเป๋าตัง
สิ่งที่หลายคนอาจไม่คาดคือ ที่ประตูรถไฟฟ้ายังหักเงินเต็มจำนวนเหมือนเดิม เพราะบริษัทเดินรถยังเก็บค่าโดยสารตามสัญญาเดิมของตัวเอง สิ่งที่เปลี่ยนเกิดขึ้นหลังเดินทางเสร็จ ระบบกลางที่ธนาคารกรุงไทยดูแลจะคำนวณว่าเที่ยวนั้นเกิน 45 บาทไปเท่าไร แล้วโอนส่วนต่างคืนเข้าแอปเป๋าตังภายใน 3 วัน ตามที่ Thai PBS Policy Watch สรุปเงื่อนไขไว้ พูดง่าย ๆ คือ วันนี้จ่ายเต็มไปก่อน อีกไม่กี่วันเงินส่วนที่เกินจะกลับมา
เงินที่ใช้คืนส่วนต่างนี้มาจากงบกลางของรัฐ ครม. รับทราบประมาณการไว้ 5,807 ล้านบาทตลอดปี 2027 เป็นเงินชดเชยค่าโดยสาร 5,785 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมโอนเงินคืนให้ผู้โดยสารทีละรายการอีก 22 ล้านบาท ถ้าเฉลี่ยทั้งปี ก็ตกวันละเกือบ 16 ล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นประมาณการ จ่ายจริงเท่าไรขึ้นกับว่าคนนั่งรถไฟฟ้ามากแค่ไหน และหลังใช้ไป 6 เดือน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับกรุงเทพมหานครจะนำจำนวนผู้โดยสารและรายได้จริงไปเจรจาส่วนแบ่งรายได้กับบริษัทเดินรถ ก่อนรายงานกลับมาที่ ครม.
สิทธิ์นี้ให้คนไทยที่ผูกบัตรแตะจ่ายกับเป๋าตัง
สิทธิ์ 45 บาทให้เฉพาะผู้โดยสารคนไทย และต้องใช้บัตรแตะจ่าย หรือที่เรียกกันว่าบัตร EMV Contactless ซึ่งก็คือบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่แตะกับเครื่องรับเงินได้โดยไม่ต้องเสียบบัตร บัตรใบนั้นต้องผูกกับแอปเป๋าตังก่อน การลงทะเบียนใช้เลขบัตรประชาชนคู่กับบัตรที่จะใช้แตะ แผนงานที่ ครม. รับทราบตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนในเป๋าตังภายในเดือนธันวาคม 2026 แต่ยังไม่ได้ประกาศวันที่แน่นอน
ตอนเดินทางยังมีเงื่อนไขอีกสามข้อที่ควรรู้ ข้อแรก ต้องแตะบัตรทั้งตอนเข้าและตอนออกให้ครบ และบัตรต้องไม่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน ข้อสอง หนึ่งเที่ยวนับรวมการเปลี่ยนสายแล้วต้องไม่เกิน 180 นาที ถ้าเกินจะถูกนับเป็นหลายเที่ยว ข้อสาม การเปลี่ยนสายต้องทำที่สถานีเชื่อมต่อที่กำหนดไว้ 17 จุด และต้องเปลี่ยนให้เสร็จภายใน 30 นาที ถ้าทำไม่ครบตามนี้ เที่ยวนั้นจะคิดค่าโดยสารปกติ
ส่วนบัตร Rabbit ที่คนนั่ง BTS ใช้กันทุกวัน เมื่อต้นเดือนตุลาคม กระทรวงคมนาคมมีแผน เจรจาให้ใช้ได้ชั่วคราวราว 1 ปีบนสายสีเขียว สีทอง สีเหลือง และสีชมพู แต่ถ้าจะต่อไปสายสีน้ำเงินหรือสีม่วงยังต้องใช้บัตรแตะจ่าย และเงื่อนไขที่ออกมาหลังมติ ครม. ครั้งนี้ยังพูดถึงเฉพาะบัตรแตะจ่าย คนที่ใช้บัตร Rabbit อย่างเดียวจึงควรเตรียมบัตรแตะจ่ายไว้อีกใบ
เตรียมตัวได้ตั้งแต่วันนี้
ถ้าคุณนั่งรถไฟฟ้าเป็นประจำ ลองเช็กตอนนี้ว่ามีบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่แตะจ่ายได้หรือยัง อัปเดตแอปเป๋าตังให้พร้อม แล้วรอประกาศวันเปิดลงทะเบียนในเดือนธันวาคม 2026 เมื่อผูกบัตรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 ให้ใช้บัตรใบนั้นใบเดียวตลอดทั้งเที่ยว แตะเข้าและแตะออกให้ครบทุกสาย แล้วเปิดเป๋าตังดูเงินส่วนต่างที่โอนคืน มาตรการนี้มีกำหนดแค่ปี 2027 ส่วนหลังจากนั้นยังไม่มีคำตอบ
คำถามที่พบบ่อย
ชาวต่างชาติได้ค่าโดยสาร 45 บาทไหม
ไม่ได้ เงื่อนไขที่ประกาศให้สิทธิ์เฉพาะผู้โดยสารคนไทยที่ลงทะเบียนบัตรแตะจ่ายผ่านแอปเป๋าตัง
ถ้าเที่ยวนั้นจ่ายไม่ถึง 45 บาท จะได้เงินคืนไหม
45 บาทเป็นเพดาน ไม่ใช่ราคาเหมาจ่าย เที่ยวที่ถูกกว่านั้นยังจ่ายตามระยะทาง และไม่ถูกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อเปลี่ยนสาย
ลงทะเบียนได้เมื่อไร
แผนงานตั้งเป้าเปิดลงทะเบียนในแอปเป๋าตังภายในเดือนธันวาคม 2026 วันที่แน่นอนยังไม่ได้ประกาศ
เงินส่วนต่างจะกลับมาเมื่อไร
ระบบกลางของธนาคารกรุงไทยจะโอนส่วนต่างคืนเข้าแอปเป๋าตังภายใน 3 วัน ตามเงื่อนไขที่ Thai PBS Policy Watch สรุปไว้
แหล่งข้อมูล
- The Nation: Thai Cabinet approves THB17-45 rail fare scheme for Greater Bangkok
- Thai PBS Policy Watch: 1 ม.ค. 70 เริ่มใช้ ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า ในกทม.-ปริมณฑล ราคา 17-45 บาท
- The Nation: Transport Ministry plans December sign-up for 17-45 baht rail fares
- Thai PBS: ครม.เคาะ ค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า ไม่เกิน 45 บาท ยกเลิก 20 บาทตลอดสาย เริ่มปี 70
- กรุงเทพธุรกิจ: ครม. อนุมัติค่าโดยสาร รถไฟฟ้า 17-45 บาท เริ่ม 1 ม.ค.2570



