เฟดคงดอกเบี้ยแต่ 2 เสียงอยากขึ้น ส่วนไทยคง 1% ทั้งห้อง
ตลาดให้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมเกิน 70% ส่วน กนง. ประชุมอีกครั้ง 23 ธันวาคม อ่านจบแล้วจะรู้ว่าช่องว่างนี้แตะอะไรก่อน และควรจดวันไหนไว้

ไปที่หัวข้อ
วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2026 ธนาคารกลางของไทยและของสหรัฐประกาศคงดอกเบี้ยห่างกันไม่ถึงหนึ่งวัน สองข่าวนี้ฟังดูเหมือนกัน แต่ห้องประชุมสองห้องไม่ได้เงียบเท่ากัน ห้องหนึ่งมีคนยกมือขอขึ้นดอกเบี้ยถึง 2 คน อีกห้องเห็นตรงกันทุกคนที่มาประชุม และความต่างนี้เองที่จะไปถึงเงินบาทในกระเป๋าเรา
ที่กรุงเทพฯ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ของธนาคารแห่งประเทศไทย คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี ดอกเบี้ยนโยบายคือดอกเบี้ยตั้งต้นที่ธนาคารกลางใช้ส่งสัญญาณให้ทั้งระบบ แล้วธนาคารพาณิชย์จะเอาไปคิดเป็นดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากต่ออีกทอดหนึ่ง มติครั้งนี้เป็นเอกฉันท์ของกรรมการที่เข้าประชุม เพราะมีกรรมการลาประชุม 1 คน
ตีหนึ่งของวันที่ 29 ตุลาคมตามเวลาไทย ธนาคารกลางสหรัฐ หรือที่คนในตลาดเรียกสั้น ๆ ว่าเฟด ประกาศคงดอกเบี้ย ไว้ที่ 3.75 ถึง 4% แต่ผลโหวตออกมา 10 ต่อ 2 สองเสียงที่แย้งคือ Lisa Cook กรรมการผู้ว่าการเฟด และ Beth Hammack ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ทั้งคู่อยากให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ตั้งแต่รอบนี้
เฟดเพิ่งขึ้นดอกเบี้ยเมื่อเดือนกันยายน และมีคนอยากขึ้นอีก
รอบนี้มาหลังจากเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เมื่อวันที่ 16 กันยายนได้ไม่ถึงหกสัปดาห์ ครั้งนั้นกรรมการโหวตขึ้นพร้อมกันทั้ง 12 คน และเป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี ต้นเหตุคือราคาข้าวของ เงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งวัดว่าของกินของใช้แพงขึ้นเท่าไรเมื่อเทียบกับปีก่อน ขึ้นไปถึง 3.7% ในเดือนกันยายน 2026 ขณะที่เป้าของเฟดอยู่ที่ 2% ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐแพงขึ้นถึง 34.2% ในรอบปีเดียวกัน
การขึ้นดอกเบี้ยคือการทำให้เงินกู้แพงขึ้น เมื่อผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือกู้มาขยายกิจการแพงขึ้น คนและบริษัทก็ใช้จ่ายน้อยลง เมื่อคนแย่งกันซื้อของน้อยลง ราคาก็ขึ้นช้าลง แต่ยานี้ออกฤทธิ์ช้าและมีผลข้างเคียง ถ้าขึ้นแรงเกินไป ธุรกิจอาจชะลอการจ้างคน กรรมการ 10 คนจึงเลือกรอดูข้อมูลอีกรอบ ส่วนอีก 2 คนไม่อยากรอ แถลงการณ์ของเฟดเขียนไว้สั้น ๆ ว่าเงินเฟ้อยังสูง และเฟดจะทำให้ราคาสินค้ากลับมานิ่งให้ได้
จุดที่คนในตลาดจับตาคือ Cook ไม่เคยโหวตแย้งมาก่อน ตามที่ Kaohoon International ตั้งข้อสังเกต ส่วน Hammack ขึ้นชื่อว่าเป็นสายที่อยากคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง เมื่อคนในห้องสองคนบอกว่าควรขึ้นตั้งแต่วันนี้ ตลาดจึงอ่านว่าการขึ้นรอบหน้าอาจมาเร็ว
ตลาดให้โอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมเกิน 70%
เครื่องมือที่คนในตลาดใช้ดูเรื่องนี้ชื่อ CME FedWatch ของ CME Group ตลาดซื้อขายล่วงหน้าในชิคาโก มันแปลงราคาสัญญาที่อิงกับดอกเบี้ยสหรัฐ ให้ออกมาเป็นโอกาสว่าเฟดจะขยับดอกเบี้ยในการประชุมแต่ละครั้งมากน้อยแค่ไหน ตัวเลขนี้ไม่ใช่คำทำนายของเฟด แต่เป็นภาพรวมของคนที่เอาเงินจริงมาวางเดิมพันว่าเฟดจะทำอะไรต่อ
วันรุ่งขึ้นหลังประชุม FedWatch ให้โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 78% พอถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน ตัวเลขลดลงมาอยู่เหนือ 70% เล็กน้อย ตามตัวเลขที่ Tradingpedia ยกมา พูดง่าย ๆ คือ ถ้าให้ตลาดเดา 10 ครั้ง ราว 7 ครั้งจะเดาว่าเฟดขึ้น ตัวเลขนี้เปลี่ยนได้ทุกวันตามข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาใหม่ เฟดจะประชุมครั้งสุดท้ายของปีวันที่ 8 ถึง 9 ธันวาคม 2026 ตามปฏิทินของเฟด และผลจะออกช่วงเช้ามืดวันที่ 10 ธันวาคมตามเวลาไทย
ไทยคง 1% เพราะเศรษฐกิจยังโตไม่ทั่วถึง
ฝั่งไทยมองต่างออกไปเพราะโจทย์ต่างกัน กนง. คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโต 2.4% ในปี 2026 ขยับขึ้นจาก 2.3% ในรอบก่อน และโต 2.1% ในปี 2027 แรงส่งหลักมาจากการส่งออกและการลงทุนที่ผูกกับรอบเทคโนโลยีและ AI แต่ กนง. มองว่ายังโตต่ำกว่าศักยภาพ คือต่ำกว่าที่เศรษฐกิจไทยควรโตได้ถ้าเครื่องยนต์ทุกตัวทำงานเต็มที่ และผลดีไปกองอยู่กับบางอุตสาหกรรมและคนทำงานบางกลุ่ม
อีกฝั่งของภาพคือคนทั่วไป หนี้ครัวเรือนยังสูง ตลาดแรงงานยังเปราะบาง กำลังซื้ออ่อน สินเชื่อของ SME ยังหดตัวแทบทุกธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อรวมโตเพราะบริษัทใหญ่ กนง. จึงเห็นว่าดอกเบี้ยต่ำระดับนี้ยังเหมาะ เพื่อพยุงการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึง แม้จะคาดว่าเงินเฟ้อไทยจะขยับขึ้นชั่วคราวจากราคาพลังงานและเอลนีโญ จนทั้งปี 2026 เฉลี่ย 2.1% ตามที่ Nation Thailand สรุปตัวเลขไว้
ช่องว่างดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐ แตะเงินบาทก่อนแตะค่างวด
ตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐสูงกว่าไทย 2.75 ถึง 3 จุดเปอร์เซ็นต์ ถ้าเฟดขึ้นอีก 0.25% ในเดือนธันวาคมและไทยอยู่ที่เดิม ช่องว่างจะกว้างเป็น 3 ถึง 3.25 จุด ลองนึกถึงบัญชีเงินฝากสองบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยต่างกันราว 4 เท่า เงินก้อนใหญ่ของนักลงทุนทั่วโลกก็คิดแบบเดียวกับเรา คือมองหาที่ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า เงินจึงมีแรงดึงไปทางดอลลาร์ และเมื่อคนขายบาทเพื่อซื้อดอลลาร์มากขึ้น เงินบาทก็อ่อนลง
แบงก์ชาติเห็นผลนี้แล้ว แถลงการณ์ของ กนง. วันที่ 28 ตุลาคมเขียนว่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เพราะตลาดเปลี่ยนมุมมองว่านโยบายการเงินสหรัฐจะเข้มงวดขึ้น และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางก็ซ้ำเติม ภาพนี้ต่างจากกลางเดือนกันยายน ตอนที่สุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงินของแบงก์ชาติ มองว่าตลาดรับรู้ช่องว่างดอกเบี้ยไทยกับสหรัฐไว้ล่วงหน้าแล้ว และเงินบาทช่วงนั้นยังค่อนข้างนิ่ง
สำหรับคนกู้และคนออมในไทย ข่าวนี้ยังไม่เปลี่ยนค่างวดหรือดอกเบี้ยเงินฝากในทันที เพราะดอกเบี้ยในธนาคารไทยขยับตาม กนง. เป็นหลัก ไม่ได้ขยับตามเฟดโดยตรง แถลงการณ์ฉบับเดียวกันก็เขียนว่าต้นทุนเงินกู้ของภาคเอกชนยังทรงตัวตามดอกเบี้ยนโยบาย สิ่งที่ขยับก่อนคือราคาของที่จ่ายเป็นดอลลาร์ ถ้าบาทอ่อน ค่าเทอมเรียนต่อต่างประเทศ ค่าเที่ยวต่างประเทศ ค่าบริการออนไลน์ที่คิดเงินเป็นดอลลาร์ และน้ำมันที่ไทยนำเข้า จะแพงขึ้นเมื่อคิดเป็นเงินบาท
วันที่ควรจดไว้คือ 10 และ 23 ธันวาคม
ช่วงที่เหลือของปีมีสองวันที่ควรจดไว้ เช้ามืดวันที่ 10 ธันวาคมตามเวลาไทย เฟดจะประกาศผลประชุมครั้งสุดท้ายของปี และวันที่ 23 ธันวาคม กนง. จะประชุมครั้งที่ 6 ของปี ตามตารางบนเว็บไซต์แบงก์ชาติ ระหว่างนี้ลองเปิดสัญญาเงินกู้ของตัวเองดูว่าดอกเบี้ยเป็นแบบคงที่หรือลอยตัว และดูว่าในอีกไม่กี่เดือนมีค่าใช้จ่ายก้อนไหนที่ต้องจ่ายเป็นดอลลาร์บ้าง สองคำถามนี้จะบอกได้ว่าข่าวดอกเบี้ยรอบหน้าเกี่ยวกับคุณมากแค่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
เฟดกับ กนง. ต่างกันอย่างไร
เฟดคือธนาคารกลางสหรัฐ ทำหน้าที่ตั้งดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ ส่วน กนง. คือคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เดียวกันสำหรับไทย ทั้งสองแห่งตัดสินใจแยกกัน
ทำไมการโหวตแย้งในเฟดจึงเป็นข่าว
ผลโหวตบอกว่าคนในห้องคิดอย่างไร ครั้งนี้กรรมการ 2 คนอยากขึ้นดอกเบี้ยทันที ตลาดจึงอ่านว่าเฟดอาจขึ้นในเดือนธันวาคม และ Lisa Cook ไม่เคยโหวตแย้งมาก่อน
ดอกเบี้ยเงินกู้ในไทยจะขึ้นตามเฟดไหม
ไม่ได้ขึ้นตามโดยตรง ดอกเบี้ยในธนาคารไทยขยับตาม กนง. เป็นหลัก และ กนง. คงไว้ที่ 1% โดยจะประชุมอีกครั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2026
ตัวเลข CME FedWatch คืออะไร
เป็นโอกาสที่คำนวณจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อิงกับดอกเบี้ยสหรัฐ บอกว่าตลาดคาดว่าเฟดจะทำอะไร ไม่ใช่คำทำนายของเฟดเอง และเปลี่ยนได้ทุกวัน
แหล่งข้อมูล
- Federal Reserve: FOMC statement, 28 October 2026
- Federal Reserve: FOMC statement, 16 September 2026
- Federal Reserve: Meeting calendars
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 5/2569
- Bank of Thailand: MPC meeting schedule
- Kaohoon International: Fed Opts to Hold Interest Rates as Markets Anticipate December Hike
- Nation Thailand: Bank of Thailand holds policy rate at 1.00% on October 28
- U.S. Bureau of Labor Statistics: Consumer Price Index
- Tradingpedia: Euro Under Pressure Near 1.1200 as USD Firm Before Vote
- มิติหุ้น: ธปท.มองส่วนต่างดอกเบี้ยกดดันเงินทุนเคลื่อนย้ายจำกัด



