เตือนภัยนิวเคลียร์ สิ่งที่ต้องทำใน 10 นาทีแรกถึง 72 ชั่วโมง
หลังระเบิดมีเวลาอย่างน้อย 10 นาทีก่อนฝุ่นกัมมันตรังสีตกลงมา อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่าจุดไหนในบ้านหรือคอนโดหลบได้ดีที่สุด และต้องเตรียมอะไรไว้ตั้งแต่วันนี้

ไปที่หัวข้อ
ลองนึกภาพบ่ายวันธรรมดา มือถือทุกเครื่องในออฟฟิศดังขึ้นพร้อมกัน ข้อความเตือนขึ้นมาว่ามีเหตุระเบิดนิวเคลียร์ และให้ระวังฝุ่นกัมมันตรังสี หลายคนจะเดินไปที่หน้าต่างเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนรีบลงไปเอารถเพื่อไปรับลูกที่โรงเรียน ทั้งสองอย่างคือสิ่งที่คู่มือรับมือภัยแนะนำให้หยุดไว้ก่อน เพราะสิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดในนาทีแรกนั้นง่ายกว่าที่คิด คือเข้าไปให้ลึกที่สุดในตึกที่อยู่ใกล้ตัว แล้วอยู่ตรงนั้น
คำแนะนำนี้สรุปไว้ใน 3 คำ คือเข้าข้างใน อยู่ข้างใน และฟังข่าว (Get inside, Stay inside, Stay tuned) จาก Ready.gov ซึ่งเป็นเว็บเตรียมรับมือภัยของสำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินสหรัฐฯ (FEMA) ใช้ได้กับเหตุทางรังสีทุกแบบ ตั้งแต่ระเบิดนิวเคลียร์ไปจนถึงอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้า ส่วนในไทย หน่วยงานที่ต้องฟังคือสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ซึ่งดูแลเรื่องรังสีโดยตรง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งดูแลการรับมือภัยทุกชนิด ความรู้ชุดนี้อ่านจบได้ในไม่กี่นาที และของส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ก็คือกระเป๋า 72 ชั่วโมงใบเดียวกับที่หลายบ้านเพิ่งจัดไว้รับมือพายุ
ฝุ่นกัมมันตรังสีตกลงมาช้ากว่าแรงระเบิด และนั่นคือเวลาของเรา
ระเบิดนิวเคลียร์ที่เกิดใกล้พื้นดินจะดูดดิน ฝุ่น และเศษวัสดุขึ้นไปในอากาศ ของเหล่านี้กลายเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายทรายที่มีกัมมันตรังสีติดอยู่ เรียกว่าฝุ่นกัมมันตรังสี (Fallout) แล้วค่อย ๆ ตกกลับลงมาบนหลังคา ถนน และตัวคนที่อยู่กลางแจ้ง ข่าวดีคือฝุ่นนี้ไม่ได้มาถึงพร้อมแรงระเบิด หลังระเบิดเราจะมีเวลาอย่างน้อย 10 นาทีก่อนฝุ่นชุดแรกตกลงมาถึง ซึ่งพอสำหรับเดินเข้าตึกที่แข็งแรงที่อยู่ใกล้ที่สุด
ถ้ามีคำเตือนก่อนเกิดเหตุและเรายังอยู่ข้างนอก ให้หลบหลังอะไรก็ได้ที่บังแรงระเบิดได้ ถ้าไม่มีที่หลบ ให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นเพื่อป้องกันผิวจากความร้อนและเศษวัสดุที่ปลิวมา รอให้แรงอัดอากาศผ่านไปก่อน แล้วจึงรีบเข้าตึกที่ใกล้ที่สุด อย่ายืนดูจากกลางแจ้งหรือจากริมหน้าต่าง เพราะทุกนาทีที่อยู่ข้างนอกคือนาทีที่ฝุ่นมีโอกาสตกใส่ตัว
หลักที่ทำให้การหลบในตึกได้ผลมีสามข้อ คือเวลา ระยะห่าง และสิ่งกำบัง ลองนึกภาพว่าฝุ่นที่ตกบนหลังคาและถนนคือเตาที่แผ่ความร้อนออกมาตลอดเวลา ผนังคอนกรีตแต่ละชั้นที่อยู่ระหว่างเรากับเตาคือฉนวนกันร้อน ยิ่งมีผนังหลายชั้น ยิ่งอยู่ห่างจากหลังคาและผนังด้านนอก และยิ่งใช้เวลากลางแจ้งน้อย ร่างกายก็ยิ่งรับรังสีน้อยลง พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งมีคอนกรีตกั้นมาก ยิ่งปลอดภัย
ที่หลบที่ดีที่สุดคือกลางตึกคอนกรีตหรือชั้นใต้ดิน ห่างจากหน้าต่าง
ตึกที่หลบได้ดีที่สุดคือตึกที่ผนังเป็นอิฐหรือคอนกรีต ถ้าเดินไปถึงตึกหลายชั้นหรือชั้นใต้ดินได้ภายในไม่กี่นาที ให้ไปที่นั่นทันที ที่จอดรถใต้ดินและสถานีรถไฟใต้ดินก็หลบได้ดีเช่นกัน สำหรับคนกรุงเทพฯ นั่นหมายถึงลานจอดรถใต้ดินของห้างหรือคอนโด และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่อยู่ใกล้ที่สุด
ถ้าอยู่คอนโด ให้ออกจากห้องที่มีกระจกบานใหญ่หรือระเบียง แล้วไปอยู่ที่ทางเดินกลางตึกหรือบันไดหนีไฟ ซึ่งมีผนังล้อมรอบทุกด้าน ถ้าอยู่บ้านหรือทาวน์เฮาส์ที่ไม่มีชั้นใต้ดิน ให้เลือกห้องที่อยู่ด้านในสุดและมีผนังกั้นกับข้างนอกหลายชั้นที่สุด เช่นห้องน้ำกลางบ้านหรือห้องเก็บของใต้บันได แล้วอยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง CDC ให้หลักเดียวกันว่าให้ไปอยู่กลางตึกหรือชั้นใต้ดิน ห่างจากประตูและหน้าต่าง
เมื่อเข้าไปแล้ว ให้อยู่ในจุดนั้นตลอด 24 ชั่วโมงแรก เว้นแต่มีอันตรายตรงหน้า เช่นไฟไหม้ แก๊สรั่ว ตึกพัง หรือมีคนเจ็บหนัก หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่จะประกาศว่าออกได้ เหตุผลคือระดับรังสีจากฝุ่นจะลดลงเร็วมากในวันแรก วันแรกจึงเป็นช่วงที่การอยู่ข้างในช่วยได้มากที่สุด การหลบภัยแบบนี้ปกติใช้เวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ระหว่างนั้นให้ปิดประตูหน้าต่าง ปิดพัดลมดูดอากาศและแอร์ที่ดึงอากาศจากข้างนอกเข้ามา และพาสัตว์เลี้ยงเข้ามาอยู่ข้างในด้วย
ข้อที่ยากที่สุดคือวันที่คนในบ้านอยู่กันคนละที่ ลูกอยู่โรงเรียน พ่อแม่อยู่ที่ทำงาน ใจอยากออกไปรับกันทันที แต่การออกไปกลางแจ้งในช่วงที่ฝุ่นกำลังตกคือช่วงที่เสี่ยงที่สุด Ready.gov จึงแนะนำให้รู้แผนหลบภัยของโรงเรียนและที่ทำงานของคนในบ้านไว้ก่อน วันที่เกิดเหตุจะได้มั่นใจว่าแต่ละคนอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว และค่อยไปเจอกันหลังจากเจ้าหน้าที่ประกาศว่าออกได้
ถอดเสื้อตัวนอกช่วยเอาฝุ่นออกจากตัวได้ถึง 90%
ถ้าเดินฝ่าฝุ่นมาก่อนเข้าตึก สิ่งแรกที่ทำได้คือถอดเสื้อผ้าชั้นนอก ตามคำแนะนำของ CDC การถอดเสื้อผ้าชั้นนอกช่วยเอาสารกัมมันตรังสีออกจากตัวได้ถึง 90% ให้ถอดช้า ๆ อย่าสะบัด ฝุ่นจะได้ไม่ฟุ้งขึ้นมา แล้วใส่ถุงพลาสติกมัดปากให้แน่น วางไว้ในมุมที่ห่างจากคนและสัตว์เลี้ยง
จากนั้นอาบน้ำอุ่น ฟอกสบู่ให้ทั่ว และสระผมด้วยแชมพูหรือสบู่ แต่ห้ามใช้ครีมนวดผม เพราะครีมนวดจะทำให้สารกัมมันตรังสีเกาะติดเส้นผม อย่าขัดผิวแรงหรือเกาจนผิวถลอก และปิดแผลไว้ระหว่างล้าง ถ้าอาบน้ำไม่ได้ ให้ล้างมือ หน้า และส่วนที่ไม่ได้อยู่ในเสื้อผ้าที่อ่างล้างหน้าด้วยสบู่และน้ำมาก ๆ ถ้าไม่มีน้ำ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหรือทิชชู่เปียกเช็ดแทน สั่งน้ำมูกเบา ๆ และเช็ดเปลือกตา ขนตา และหู น้ำประปาใช้ล้างตัวได้ แม้เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ดื่มน้ำขวดแทน เพราะสารที่ปนลงแหล่งน้ำจะเจือจางจนเหลือน้อยมาก ตามที่ CDC อธิบายไว้ เสื้อผ้าที่เก็บในตู้หรือลิ้นชักใส่ได้ตามปกติ
อาหารที่อยู่ในตึกกินได้ อาหารในภาชนะปิดสนิทที่วางไว้ข้างนอกก็กินได้ ถ้าเช็ดภาชนะด้วยผ้าชุบน้ำก่อนเปิด แต่ผักในสวนและอาหารหรือเครื่องดื่มที่วางเปิดไว้กลางแจ้ง ให้รอจนเจ้าหน้าที่ประกาศว่ากินได้
ยาเม็ดโพแทสเซียมไอโอไดด์ (Potassium Iodide) เป็นอีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิด องค์การอนามัยโลก (WHO) อธิบายว่ายานี้ช่วยกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์เก็บไอโอดีนกัมมันตรังสีไว้เท่านั้น ไม่ได้กันรังสีจากฝุ่นที่อยู่รอบตัว และควรกินเมื่อหน่วยงานสาธารณสุขสั่งอย่างชัดเจนเท่านั้น ไม่ใช่ซื้อมากินกันไว้ก่อน ผู้ใหญ่อายุเกิน 40 ปีโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องกิน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่ และเกลือเสริมไอโอดีนใช้แทนไม่ได้ เพราะการกินเกลือปริมาณมากเป็นอันตรายต่อร่างกายเอง
ฟังประกาศจาก ปส. และ ปภ. ผ่านวิทยุที่ใช้ถ่าน
ในไทย หน่วยงานหลักเรื่องรังสีคือสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เมื่อเดือนมกราคม 2024 ปส. เปิดศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติ ไว้เฝ้าระวังภัยทางรังสี ประสานการรับมือ และฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน ตามข่าวของเดลินิวส์ สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉินของ ปส. คือ 1296 ซึ่งรับแจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนเรื่องอพยพ จุดพักพิง และการขอความช่วยเหลือทั่วไป ให้ติดต่อสายด่วน ปภ. 1784 ซึ่งโทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือไลน์ @1784DDPM ตามข่าวของ The Nation
ช่องทางที่ควรมีติดบ้านคือวิทยุที่ใช้ถ่านหรือแบบหมุนมือ เพราะยังรับฟังประกาศได้แม้ไฟดับหรือช่องทางอื่นใช้ไม่ได้ ระหว่างหลบอยู่ข้างใน ให้ฟังเฉพาะประกาศจากหน่วยงานรัฐ ถ้าเจ้าหน้าที่สั่งให้อพยพ ให้ฟังเส้นทางและจุดพักพิงให้ครบก่อนออกเดินทาง และเมื่ออพยพแล้ว อย่ากลับบ้านจนกว่าจะประกาศว่าปลอดภัย
จัดกระเป๋า 72 ชั่วโมงใบเดิม และตกลงจุดนัดพบไว้ 2 แห่ง
ของที่ใช้รับมือเหตุทางรังสีเกือบทั้งหมดคือของชุดเดียวกับกระเป๋า 72 ชั่วโมงของ ปภ. มีน้ำดื่มอย่างน้อย 3 ลิตรต่อคนต่อวัน อาหารพร้อมกิน ยาประจำตัว มือถือกับแบตสำรอง ไฟฉายกับถ่านสำรอง วิทยุ และสำเนาบัตรประชาชนกับเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ สิ่งที่ควรเพิ่มสำหรับเหตุทางรังสีมีแค่สองอย่าง คือเสื้อผ้าสำรองของทุกคนในบ้าน และถุงขยะไว้ใส่เสื้อผ้าที่ถอดออก ส่วนอาหาร น้ำ และยา ให้เลือกแบบที่ปิดสนิท
อีกอย่างที่ไม่ต้องใช้เงินเลยคือการตกลงกันในบ้าน ให้นัดจุดเจอกันไว้ 2 แห่ง จุดแรกคือบ้าน จุดที่สองคือที่ที่ทุกคนรู้จักนอกละแวกบ้าน เผื่อวันนั้นกลับบ้านไม่ได้ แล้วเลือกญาติที่อยู่ต่างจังหวัดหนึ่งคนเป็นคนกลางที่ทุกคนโทรไปบอกได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและปลอดภัยดี
สุดสัปดาห์นี้ วันเสาร์ที่ 7 หรือวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน มีสามอย่างที่ทำได้ที่บ้าน อย่างแรกคือบันทึกเบอร์ 1784 และ 1296 ลงมือถือของทุกคน อย่างที่สองคือเปิดกระเป๋า 72 ชั่วโมงแล้วเพิ่มเสื้อผ้าสำรองกับถุงขยะ อย่างที่สามคือคุยกับคนในบ้านว่าจุดนัดพบ 2 แห่งอยู่ที่ไหน และถามโรงเรียนของลูกว่ามีแผนหลบภัยในอาคารอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
หลังระเบิดนิวเคลียร์ มีเวลาหาที่หลบนานเท่าไร
Ready.gov แนะนำว่าจะมีเวลาอย่างน้อย 10 นาทีก่อนฝุ่นกัมมันตรังสีตกลงมา ให้ใช้เวลานี้เข้าตึกคอนกรีตหรือชั้นใต้ดินที่ใกล้ที่สุด
ต้องอยู่ในที่หลบนานแค่ไหน
อยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่สุดตลอด 24 ชั่วโมงแรก เว้นแต่มีไฟไหม้ แก๊สรั่ว ตึกพัง หรือคนเจ็บหนัก หรือจนกว่าเจ้าหน้าที่จะประกาศว่าออกได้ เพราะระดับรังสีลดลงเร็วที่สุดในวันแรก
ควรซื้อยาโพแทสเซียมไอโอไดด์ไว้กินเองไหม
ไม่ควร องค์การอนามัยโลกแนะนำให้กินเฉพาะเมื่อหน่วยงานสาธารณสุขสั่งอย่างชัดเจน ยานี้ป้องกันเฉพาะต่อมไทรอยด์ และเกลือเสริมไอโอดีนใช้แทนไม่ได้
ถ้ามีเหตุทางรังสีในไทยควรติดต่อใคร
สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉินของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ 1296 และสายด่วน ปภ. 1784 ซึ่งโทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือไลน์ @1784DDPM
แหล่งข้อมูล
- Ready.gov: Radiation Emergencies
- CDC: Decontamination for Yourself and Others
- CDC: How to Self-Decontaminate after a Radiation Emergency
- CDC: What to Do in Radiation Emergencies
- WHO: Use of potassium iodide for thyroid protection during nuclear or radiological emergencies
- สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
- เดลินิวส์: ‘ศุภมาส’ เปิดศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉินนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติ
- The Nation: Bangkok and 61 provinces on alert for storms and flash floods
- The Nation: What's in your 72-hour emergency bag? DDPM lists 6 essentials



