เกษียณแล้วอยากใช้เดือนละ 6 หมื่น ต้องมีเงินเก็บราว 18 ล้าน
บำนาญประกันสังคมจ่ายได้มากที่สุดราวเดือนละ 5,000 ถึง 7,000 บาท ส่วนร่างกฎหมายที่ ครม. เห็นชอบเมื่อ 3 พฤศจิกายน ไม่ได้เลื่อนอายุรับเงินชราภาพจาก 55 ปี และยังต้องผ่านสภา

ไปที่หัวข้อ
ลองนึกถึงพนักงานบริษัทคนหนึ่งที่เพิ่งเป่าเค้กวันเกิดอายุ 60 ปี ถ้าเขาเป็นคนไทยทั่วไป เขามีเวลาข้างหน้าอีกราว 23 ปีครึ่ง ถ้าอยากใช้ชีวิตหลังเกษียณด้วยเงินเดือนละ 60,000 บาท เงินก้อนที่ควรมีในวันนั้นคือราว 18 ล้านบาท แต่บำนาญจากประกันสังคมที่เขาส่งมาทั้งชีวิตการทำงาน จะจ่ายให้ได้มากที่สุดราวเดือนละ 5,000 ถึง 7,000 บาทเท่านั้น
ตัวเลขชุดนี้มาจาก ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP ที่แถลงต่อสื่อเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 คำที่เขาใช้สรุปคือไทย "แก่ก่อนรวย" วันรุ่งขึ้น คณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่จะให้ลูกจ้างอยู่ในระบบประกันสังคมได้ถึงอายุ 65 ปี สองข่าวนี้มาเจอกันพอดี ข่าวแรกบอกว่าเงินเก็บของคนไทยไม่พอ ข่าวที่สองบอกว่ารัฐกำลังเปิดทางให้คนทำงานนานขึ้น
ไทยแก่เร็ว ทั้งที่รายได้ยังไม่ทันโต
แก่ก่อนรวยหมายถึงประเทศที่มีคนสูงวัยเพิ่มขึ้นเร็ว ทั้งที่รายได้ของคนในประเทศยังไม่สูงพอจะเก็บเงินไว้ใช้ตอนแก่ พิพัฒน์เทียบไทยกับจีน อายุมัธยฐานของคนไทย คืออายุที่แบ่งคนทั้งประเทศออกเป็นครึ่งที่แก่กว่ากับครึ่งที่อ่อนกว่า อยู่ราว 41 ปี ใกล้กับจีน แต่รายได้ต่อหัวของไทยอยู่ราว 7,200 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 2.4 แสนบาท) เป็นแค่ราวครึ่งเดียวของจีน
ภาพที่เห็นง่ายที่สุดคือจำนวนคนวัยทำงานที่ช่วยกันแบกผู้สูงอายุหนึ่งคน วันนี้ยังมีคนช่วยแบกอยู่หลายคน แต่ตัวเลขที่ KKP ใช้คาดว่าจะลดจาก 5.5 คนเหลือ 1.8 คนภายในปี 2060 ตอนนี้คนไทยที่อายุเกิน 60 ปีมีราว 24% ของประเทศ และจะขึ้นเป็น 36% ในปี 2049 หรือมากกว่า 1 ใน 3 ไทยยังเป็นเศรษฐกิจเดียวในอาเซียนที่ประชากรกำลังลดลง
ผลที่เห็นแล้วในวันนี้คือ รายได้ของคนไทยที่อายุเกิน 60 ปีราว 70% มาจากลูกหลานหรือจากการทำงานต่อ มีเพียงราว 7% ที่ใช้ชีวิตด้วยเงินออมเพื่อเกษียณของตัวเอง พูดง่าย ๆ คือ คนไทยส่วนใหญ่ยังเกษียณด้วยการพึ่งคนอื่นหรือทำงานต่อไปเรื่อย ๆ
เงินก้อน 18 ล้านบาทมาจากไหน
ตัวเลข 18 ล้านบาทไม่ได้มาจากการเดา พิพัฒน์ใช้หลักที่งานวิจัยในสหรัฐเรียกว่ากฎ 4% คือถ้าถอนเงินก้อนออกมาใช้ปีละ 4% และปรับตามเงินเฟ้อทุกปี เงินมีโอกาสสูงที่จะอยู่ได้ 30 ปี กลับด้านกันก็คือ ต้องมีเงินเก็บราว 25 เท่าของค่าใช้จ่ายทั้งปี ใช้เดือนละ 60,000 บาทเท่ากับปีละ 720,000 บาท คูณ 25 ก็ได้ราว 18 ล้านบาท
เขาย้ำว่านี่เป็นแค่จุดตั้งต้น ใครอยากเหลือมรดกให้ลูก หรือมีค่าใช้จ่ายที่ขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไป ก็ต้องมีมากกว่านี้ KKP สมมติว่าค่ารักษาพยาบาลขึ้นปีละราว 11% และค่าดูแลผู้สูงอายุขึ้นปีละ 6% ถ้าเงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ต่อปี ค่าใช้จ่ายปีละ 720,000 บาทในวันนี้ จะกลายเป็นราว 1.75 ล้านบาทต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า และผู้หญิงที่อายุถึง 60 ปี มีโอกาสราว 35% ที่จะอยู่ถึง 90 ปี
ประกันสังคมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เติมได้แค่บางส่วน
คนทำงานบริษัทเอกชนส่วนใหญ่อยู่ในประกันสังคมมาตรา 33 คือลูกจ้างที่ถูกหักเงินจากเงินเดือนทุกเดือน แล้วนายจ้างและรัฐส่งเงินสมทบเข้ากองทุนด้วย เงินนี้ใช้คุ้มครองตอนเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตกงาน และเป็นเงินชราภาพตอนแก่ ซึ่งมีสองแบบ แบบแรกคือบำนาญที่ได้เป็นรายเดือนไปตลอดชีวิต แบบที่สองคือบำเหน็จที่ได้เป็นเงินก้อนครั้งเดียว ตามที่ KKP คำนวณ บำนาญของคนที่ส่งมาตลอดชีวิตการทำงานจะอยู่ราวเดือนละ 5,000 ถึง 7,000 บาท น้อยกว่า 60,000 บาทราว 9 ถึง 12 เท่า
อีกก้อนหนึ่งคือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่นายจ้างกับลูกจ้างตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ ลูกจ้างหักเงินเดือนเข้ากองทุน 2% ถึง 15% นายจ้างสมทบให้อีกส่วน แล้วเงินก้อนนี้ถูกนำไปลงทุนจนถึงวันที่ลาออกหรือเกษียณ ปัญหาคือไม่ใช่ทุกบริษัทจะมีกองทุนนี้ ตัวเลขที่ KKP ใช้คือสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีราว 3.1 ล้านคน จากกำลังแรงงานราว 50 ล้านคน หรือไม่ถึง 1 ใน 10
ตัวกองทุนประกันสังคมเองก็มีแรงกดดัน มีการคาดกันว่าเงินกองทุนอาจไม่พอจ่ายภายใน 20 ถึง 30 ปี พิพัฒน์มองว่าทางเลือกที่เหลือมีสามทาง คือเพิ่มเงินสมทบ เลื่อนอายุเกษียณ หรือลดสิทธิประโยชน์ และเขาไม่คิดว่ารัฐจะปิดช่องว่างนี้ให้ได้ทั้งหมด
ครม. เห็นชอบขยายอายุมาตรา 33 ถึง 65 ปี แต่ยังไม่เป็นกฎหมาย
สิ่งที่ตัดสินแล้วคือ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมที่กระทรวงแรงงานเสนอ ตามที่ ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง อายุขั้นสูงของผู้ประกันตนมาตรา 33 จะขยับจาก 60 เป็นไม่เกิน 65 ปี เงินทดแทนเมื่อทุพพลภาพที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานจะเพิ่มจาก 50% เป็นไม่เกิน 70% ของค่าจ้าง คนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนหรือ 15 ปี จะเลือกได้ว่ารับบำนาญหรือบำเหน็จเมื่ออายุ 55 ปีหรือเมื่อออกจากระบบ และคนที่ส่งครบ 60 เดือนจะขอเงินชราภาพบางส่วนก่อนอายุ 55 ปีได้เมื่อเจอภัยพิบัติร้ายแรง หรือใช้เป็นหลักประกันกู้เงินได้ไม่เกิน 30% ของเงินชราภาพ
ร่างนี้ยังเปิดให้คนที่รับบำนาญและออกจากงานแล้ว สมัครอยู่ในระบบต่อเพื่อรับความคุ้มครองตอนเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และตาย โดยรัฐช่วยสมทบ 1 ส่วน ผู้ประกันตนจ่าย 2 ส่วน และคนที่ออกจากงานจะยังได้เงินสงเคราะห์บุตรต่อไปอีก 6 เดือน
สิ่งที่ร่างนี้ไม่ได้ทำคือเลื่อนอายุรับเงินชราภาพออกไป อายุ 55 ปียังเป็นเกณฑ์เดิม เรื่องนี้เคยทำให้คนสับสนมาแล้ว ในเดือนมีนาคม 2025 สำนักงานประกันสังคมออกมาชี้แจงว่าแนวคิดเลื่อนอายุรับชราภาพเป็น 65 ปีเป็นแค่ข้อเสนอทางวิชาการ ส่วนสิ่งที่อยู่ในร่างกฎหมายคือช่วงอายุผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 15 ถึง 60 ปี เป็น 15 ถึง 65 ปี เพื่อให้คนสูงวัยที่ยังมีงานทำได้อยู่ในระบบต่อ
ส่วนที่ยังไม่เกิดขึ้นคือ ร่างนี้ยังไม่ใช่กฎหมาย ต้องส่งไปคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรก่อน แล้วจึงเข้าสภาผู้แทนราษฎร และยังไม่มีวันมีผลบังคับใช้ ระหว่างนี้กติกาเดิมทั้งหมดยังใช้อยู่ รวมถึงเพดานอายุ 60 ปี
เริ่มนับเงินเกษียณของตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้
สิ่งแรกที่ทำได้วันนี้คือเปิดแอป SSO Plus ของสำนักงานประกันสังคม ดูว่าส่งเงินสมทบมาแล้วกี่เดือน ใกล้ 180 เดือนหรือยัง แล้วลองใช้เมนูคำนวณบำเหน็จบำนาญ เพื่อเห็นตัวเลขของตัวเอง จากนั้นถามฝ่ายบุคคลว่าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไหม และเอาค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่อยากมีหลังเกษียณคูณ 12 แล้วคูณ 25 เพื่อดูว่าเป้าเงินก้อนของตัวเองอยู่ราวเท่าไร ส่วนร่างกฎหมายที่ ครม. เห็นชอบเมื่อ 3 พฤศจิกายน ให้จับตาตอนที่เข้าสภา แล้วเช็กว่ากติกาที่ผ่านจริงยังเหมือนเดิมหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างจากประกันสังคมอย่างไร
ประกันสังคมมาตรา 33 เป็นระบบที่ลูกจ้างบริษัทเอกชนต้องอยู่ ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนที่นายจ้างกับลูกจ้างตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ ลูกจ้างหักเงินเดือน 2% ถึง 15% และนายจ้างสมทบให้อีกส่วน
ร่างใหม่เลื่อนอายุรับเงินชราภาพเป็น 65 ปีไหม
ไม่ได้เลื่อน อายุรับเงินชราภาพยังเป็น 55 ปี สิ่งที่ขยับคืออายุขั้นสูงของผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 60 เป็น 65 ปี
กติกาใหม่ใช้เมื่อไร
ยังไม่มีวันกำหนด ครม. เห็นชอบเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2026 แต่ร่างยังต้องผ่านคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรและสภาผู้แทนราษฎรก่อน
ตัวเลข 18 ล้านบาทคิดอย่างไร
มาจากกฎ 4% ที่ KKP ใช้ คือมีเงินเก็บราว 25 เท่าของค่าใช้จ่ายทั้งปี ใช้เดือนละ 60,000 บาทคือปีละ 720,000 บาท จึงต้องมีราว 18 ล้านบาท
แหล่งข้อมูล
- Nation Thailand: Thailand 'Grew Old Before it Grew Rich', Economist Warns As Retirement Gap Widens
- Nation Thailand: Cabinet backs social security bill raising age ceiling to 65
- Thai PBS: ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุผู้ประกันตน ม.33 ถึง 65 ปี
- ฐานเศรษฐกิจ: สปส.ยัน ขยายอายุชราภาพเป็น 65 ปี แค่ข้อเสนอ ยังไม่มีผลบังคับใช้
- KTC: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร
- ไทยโพสต์: สปส.ชวนโหลดแอปใหม่ SSO Plus



