5 พฤศจิกายน 2026เผยแพร่โดย ซิลิคอน วัลเลย์ อินโนเวชั่นที่มาและวิธีทำข่าวมาตรฐานข่าว
ข่าวเทคโนโลยีจากกรุงเทพฯกรุงเทพฯ / ไทย + อังกฤษ
SV News
EN

ตลาดหุ้น

S&P 500 ขึ้นหลังเลือกตั้งกลางเทอม 21 ครั้งติด แต่มี 3 เรื่องต้องรู้

วัดจากปลายตุลาคมถึงปลายมิถุนายน ดัชนีขึ้นครบทั้ง 21 ครั้งตั้งแต่ปี 1942 ถึง 2022 แต่ก่อนปี 1942 เคยลงสองครั้ง และปี 2026 เริ่มจากจุดใกล้ระดับสูงสุด

แหล่งข้อมูล

Read in English

ด้านหน้าอาคารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กที่มีเสาเรียงแถว ชื่ออาคารสลักอยู่เหนือเสา และธงชาติสหรัฐฯ ทั้งสองข้าง
ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ใช้เป็นภาพประกอบ ดัชนี S&P 500 วัดหุ้นบริษัทใหญ่ของสหรัฐฯ 500 แห่งภาพโดย Aditya Vyas จาก Unsplash
ไปที่หัวข้อ
  1. สถิติ 21 ครั้งเป็นเรื่องจริง แต่ขึ้นมากน้อยต่างกันมาก
  2. เรื่องที่ 1: ก่อนปี 1942 ดัชนีเคยลงสองครั้ง
  3. เรื่องที่ 2: ปีปกติหุ้นก็มักขึ้นอยู่แล้ว
  4. เรื่องที่ 3: ปี 2026 เริ่มจากจุดใกล้ระดับสูงสุด
  5. ถาม 5 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจจากสถิติตามปฏิทิน
  6. คำถามที่พบบ่อย
  7. แหล่งข้อมูล

21 ครั้ง ไม่เคยลงเลยสักครั้ง ตั้งแต่ปี 1942 ดัชนี S&P 500 ซึ่งวัดหุ้นบริษัทใหญ่ของสหรัฐฯ 500 แห่ง ขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ครบทุกครั้ง สถิติ ‘ชนะ 100%’ แบบนี้ฟังดูน่าเชื่อ แต่มันบอกอะไรเราได้จริงบ้าง

การเลือกตั้งกลางเทอม คือการเลือกตั้งที่สหรัฐฯ จัดตอนกลางวาระประธานาธิบดี ครั้งต่อไปคือวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ตามข้อมูลของ The National Desk

เมื่อวัดจากปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนมิถุนายนปีถัดไป ดัชนีขึ้นเฉลี่ย 16.5% ตามการคำนวณของ SV News จากราคาปิดรายวันใน Yahoo Finance อ่านจบแล้วจะรู้ว่าสถิตินี้จริงแค่ไหน มี 3 เรื่องอะไรที่มันไม่ได้บอก และคำถาม 5 ข้อที่ควรถามก่อนเชื่อสถิติแบบนี้

สถิติ 21 ครั้งเป็นเรื่องจริง แต่ขึ้นมากน้อยต่างกันมาก

ทั้ง 21 ช่วงตั้งแต่ปี 1942 ถึง 2022 ดัชนีขึ้นครบจริง

  • ขึ้นน้อยที่สุด: หลังปี 2014 (2.2%) ปี 1946 (2.5%) และปี 1950 (7.3%)
  • ขึ้นมากที่สุด: หลังปี 1942 (31.9%) ปี 1954 (29.5%) และปี 1974 (28.8%)
  • ครั้งล่าสุด: หลังการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2022 ดัชนีขึ้น 14.9%

งานศึกษาที่วัดช่วงยาวกว่าก็เจอแบบเดียวกัน Opening Bell Daily พบว่า S&P 500 สูงขึ้นใน 12 เดือนหลังเลือกตั้งกลางเทอมครบทั้ง 19 ครั้งตั้งแต่ปี 1950 เฉลี่ย 15.1% ค่ากลาง 14.5% ครั้งที่ขึ้นน้อยที่สุดคือ 1.1% หลังปี 1986 ซึ่งรวมช่วงที่ตลาดหุ้นร่วงหนักในเดือนตุลาคม 1987

เรื่องที่ 1: ก่อนปี 1942 ดัชนีเคยลงสองครั้ง

สถิตินี้เริ่มนับที่ปี 1942 แต่ข้อมูลดัชนีใน Yahoo Finance ย้อนไปได้ถึงปลายทศวรรษ 1920

ในช่วงเดือนเดียวกัน ดัชนีลง 12.5% หลังการเลือกตั้งกลางเทอมปี 1930 ขึ้น 16.2% หลังปี 1934 และลง 17.5% หลังปี 1938 ถ้านับตั้งแต่ปี 1930 สถิติจะเป็นขึ้น 22 จาก 24 ครั้ง ยังดีมาก แต่ไม่ถึง 100%

เวลาเจอสถิติที่บอกว่า ‘ตั้งแต่’ ปีใดปีหนึ่ง จึงควรดูด้วยว่าก่อนปีนั้นเกิดอะไรขึ้น

เรื่องที่ 2: ปีปกติหุ้นก็มักขึ้นอยู่แล้ว

หุ้นมักขึ้นตามเวลาอยู่แล้ว การเทียบที่ยุติธรรมจึงต้องเทียบกับปีอื่น

ในอีก 62 ปีที่ไม่มีเลือกตั้งกลางเทอมตั้งแต่ปี 1943 ช่วงตุลาคมถึงมิถุนายนแบบเดียวกันขึ้น 42 ครั้ง หรือราวสองในสามปี เฉลี่ย 5.0% ช่วงหลังเลือกตั้งกลางเทอมจึงดีกว่าปกติจริง โดยเฉลี่ยมากกว่าสามเท่า

เหตุผลหนึ่งคือจุดเริ่มต้น หลายปีที่มีเลือกตั้งกลางเทอม หุ้นอ่อนตัวมาจนถึงเดือนตุลาคม ปี 2022 ดัชนีลง 18.8% จากต้นปีถึงสิ้นเดือนตุลาคม และลงเกิน 20% ในช่วงเดียวกันของปี 1962, 1974 และ 2002

Opening Bell Daily รายงานว่าในปีเลือกตั้งกลางเทอมตั้งแต่ปี 1950 ดัชนีร่วงจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดเฉลี่ย 17.5% และนักวิเคราะห์มักบอกว่าหุ้นฟื้นเมื่อผลเลือกตั้งออกและความไม่แน่นอนหายไป ตามที่ The Motley Fool ระบุ

พูดง่าย ๆ คือ หลายรอบในสถิตินี้เริ่มนับหลังหุ้นลงมาแล้ว เหมือนวัดความสูงของลูกบอลตอนที่มันเพิ่งเด้งขึ้นจากพื้น

เรื่องที่ 3: ปี 2026 เริ่มจากจุดใกล้ระดับสูงสุด

ปีนี้ดัชนีไม่ได้เริ่มจากจุดต่ำ

S&P 500 ปิดที่ 7,623.68 จุดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 เพิ่มขึ้น 11.4% ตั้งแต่ต้นปี หลังทำสถิติปิดสูงสุดที่ 7,818.93 จุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม

The Motley Fool ชี้ว่าค่า Shiller CAPE ตัววัดความแพงของหุ้นในระยะยาว อยู่ใกล้ระดับสูงสุดอันดับสองในประวัติศาสตร์ ทั้งสองข้อไม่ได้บอกว่าหุ้นจะไปทางไหน แต่บอกว่าปี 2026 ไม่เหมือนปีส่วนใหญ่ในสถิตินี้

ถาม 5 ข้อนี้ก่อนตัดสินใจจากสถิติตามปฏิทิน

คำถามชุดนี้ใช้ได้กับสถิติ ‘ชนะ 100%’ ทุกแบบ

  1. ทำไมเริ่มปีนั้น: ดูปีก่อนหน้าปีเริ่มต้นด้วย
  2. เทียบกับปีปกติแล้วเป็นอย่างไร: ดูเดือนเดียวกันในปีอื่น
  3. มีกี่ครั้ง: ข้อมูล 21 ครั้งถือว่าน้อย
  4. วัดอะไรกันแน่: ตัวเลขนี้ใช้ราคาดัชนีเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่รวมเงินปันผล ผลตอบแทนเป็นเงินบาทของนักลงทุนไทยขึ้นกับค่าเงินและค่าธรรมเนียมกองทุนด้วย
  5. ครั้งนี้ต่างจากเดิมตรงไหน: ดูว่าตลาดเริ่มจากจุดไหน ไม่ใช่ดูแค่ว่าเคยไปถึงไหน

สถิติตามปฏิทินเป็นเหตุผลให้ดูให้ละเอียดขึ้น ไม่ใช่เหตุผลให้ซื้อหรือขาย SV News ไม่ได้ให้คำแนะนำการลงทุน ถ้ากำลังตัดสินใจเรื่องเงินของตัวเอง ควรปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต

เรื่องที่ต้องติดตามคือผลการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 พรรคไหนจะคุมสภาคองเกรส และดัชนีปลายเดือนมิถุนายน 2027 จะสูงกว่าราคาปิดวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ซึ่งเป็นวันเริ่มนับรอบถัดไปหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

S&P 500 ขึ้นหลังเลือกตั้งกลางเทอมครบ 21 ครั้งตั้งแต่ปี 1942 จริงไหม?

จริง ถ้าวัดจากปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนมิถุนายนปีถัดไป การคำนวณของ SV News จากราคาปิดรายวันของ Yahoo Finance พบว่าขึ้นครบทั้ง 21 ช่วง เฉลี่ย 16.5%

ก่อนปี 1942 เกิดอะไรขึ้น?

การเลือกตั้งกลางเทอมสองครั้งก่อนหน้า คือปี 1930 และ 1938 ตามมาด้วยดัชนีที่ลง 12.5% และ 17.5% ในช่วงเดือนเดียวกัน ถ้านับตั้งแต่ปี 1930 สถิติคือขึ้น 22 จาก 24 ครั้ง

แปลว่าหุ้นสหรัฐฯ จะขึ้นหลังเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ไหม?

ไม่มีใครรู้ สถิตินี้มีแค่ 21 ครั้ง และปี 2026 เริ่มจากจุดใกล้ระดับสูงสุด ไม่ได้เริ่มหลังตลาดร่วง ผลในอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต

นักลงทุนไทยได้รับผลอย่างไร?

ผลตอบแทนเป็นเงินบาทของนักลงทุนไทยขึ้นกับค่าเงินดอลลาร์และค่าธรรมเนียมกองทุนด้วย จึงอาจต่างจากตัวเลขของดัชนี

แหล่งข้อมูล

บุคคล บริษัท และหัวข้อในข่าว

S&P 500เลือกตั้งกลางเทอมหุ้นสหรัฐฯการลงทุน

ข่าวอื่นจาก SV News

แชร์เป็นสตอรี่

บันทึกภาพนี้หรือเลือกแอปบนโทรศัพท์ แล้วเพิ่มลิงก์บทความด้วยสติกเกอร์ลิงก์ใน Instagram

กำลังเตรียมภาพ...

สีการ์ด
ภาพบนการ์ด
ข้อความบนการ์ด (เลือกได้ไม่เกิน 3)

ค้นหา

บันทึกไว้

บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์นี้

ยังไม่มีข่าวที่บันทึกไว้ แตะสัญลักษณ์บันทึกบนข่าวเพื่อกลับมาอ่านภายหลัง

ภาพประกอบข่าว