ร่างเกณฑ์คุม BNPL วงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายรวมไม่เกิน 15%
กระทรวงการคลังและ ธปท. เปิดรับฟังความเห็นถึง 15 พฤศจิกายน 2026 ผู้ให้บริการ BNPL ทุกรายต้องส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโร และห้ามเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อลูกค้าปิดหนี้ก่อนกำหนด

ไปที่หัวข้อ
บัญชี "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" (Buy Now, Pay Later หรือ BNPL) ในไทยเพิ่มจากราว 6 แสนบัญชีในปี 2021 เป็นเกือบ 5 ล้านบัญชีในปี 2024 ตามข้อมูล ธปท. ที่บทความ Bnomics ของธนาคารกรุงเทพอ้างไว้ แต่ต่อไปวงเงินที่กดผ่อนได้อาจถูกคุมไว้ไม่เกิน 20,000 บาท
กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับฟังความเห็นร่างเกณฑ์คุม BNPL ตั้งแต่ 16 ตุลาคมถึง 15 พฤศจิกายน 2026 ร่างให้ผู้ให้บริการแต่ละราย หรือทุกรายในกลุ่มธุรกิจเดียวกันรวมกัน ให้วงเงินลูกค้าได้ไม่เกิน 20,000 บาท และผ่อนคืนแต่ละรายการได้ไม่เกิน 6 เดือน
ดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมทุกประเภทต้องไม่เกิน 15% ต่อปี และตอนนี้เกณฑ์ทั้งหมดยังไม่มีผลบังคับใช้
SV News สรุปให้ว่าร่างนี้เปลี่ยนอะไรบ้างสำหรับคนที่กดผ่อนในแอป ร้านค้า และผู้ให้บริการ พร้อมวิธีส่งความเห็นก่อนปิดรับ
วงเงิน 20,000 บาท ผ่อน 6 เดือน ค่าใช้จ่ายรวมไม่เกิน 15%
ร่างมี 2 ฉบับ ฉบับหนึ่งทำให้ BNPL ต้องขออนุญาต อีกฉบับวางกติกาการทำธุรกิจ
เอกสารรับฟังความเห็นของ ธปท. ระบุว่าฉบับแรกเป็นร่างประกาศกระทรวงการคลังตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ส่วนฉบับที่สองเป็นร่างประกาศ ธปท. ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้
- วงเงิน: ผู้ให้บริการแต่ละรายให้ลูกค้าแต่ละคนได้รวมไม่เกิน 20,000 บาท ถ้าในกลุ่มธุรกิจมีหลายราย วงเงินจากทั้งกลุ่มรวมกันต้องไม่เกินจำนวนนี้ แต่ไม่ต้องนับวงเงินจากผู้ให้บริการนอกกลุ่ม
- ระยะผ่อน: ผ่อนคืนแต่ละรายการได้ไม่เกิน 6 เดือน
- ค่าใช้จ่ายรวม: ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมรวมกันไม่เกิน 15% ต่อปีแบบอัตราที่แท้จริง (effective rate) โดยนับค่าธรรมเนียมที่พันธมิตรเรียกเก็บ และส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นเมื่อลูกค้าเลือกผ่อนด้วย
- ปิดหนี้ก่อนกำหนด: ห้ามเก็บค่าธรรมเนียม แต่ถ้าผิดนัด ผู้ให้บริการยังเก็บค่าติดตามทวงถามหนี้และดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มได้
- ผู้กู้: ต้องอายุ 20 ปีขึ้นไป และผู้ให้บริการอาจใช้ข้อมูลทางเลือกประเมินความสามารถชำระหนี้แทนหลักฐานรายได้
- ห้ามแปลงเป็นเงินสด: ห้ามเบิกถอน โอน หรือเปลี่ยนวงเงินเป็นเงินสดหรือเงินอิเล็กทรอนิกส์ และต้องมีกลไกกันไม่ให้ลูกค้าใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่นมาจ่ายหนี้ BNPL
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าราคาผ่อนแพงกว่าราคาจ่ายเต็ม ส่วนที่บวกเพิ่มนั้นก็นับเป็นต้นทุนของการกู้ และต้องรวมอยู่ในเพดาน 15% ด้วย
ธปท. อธิบายว่าเพดานนี้ไม่น่าทำให้ภาระของลูกค้าสูงขึ้นมาก สำหรับผู้ให้บริการที่เก็บค่าใช้จ่ายรวมไม่เกินอัตราดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่แล้ว
หน้าชำระเงินต้องตั้งค่าเริ่มต้นเป็นการจ่ายเต็ม
คนซื้อและร้านค้าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดที่สุดที่หน้าชำระเงิน
เอกสารแนบด้านคุ้มครองผู้บริโภคของร่าง ซึ่งฐานเศรษฐกิจสรุปไว้ด้วย กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องทำ 5 อย่าง
- ค่าเริ่มต้น: ตั้งการจ่ายเงินไว้ที่แบบจ่ายเต็มที่ไม่ใช่สินเชื่อ เช่น บัญชีธนาคารหรือบัตรเดบิต
- ยอดบิลหน้า: แจ้งยอด BNPL ทั้งหมดที่ต้องจ่ายในบิลถัดไป รวมออเดอร์นี้ แล้วให้ลูกค้ากดยืนยัน
- แจกแจงราคา: แยกราคาสินค้า ค่าขนส่ง ดอกเบี้ย ค่าบริการ และส่วนลดให้เห็นชัด
- ไม่เร่ง: เลิกใช้การนับเวลาถอยหลังและการแจ้งเตือนถี่ ๆ ที่เร่งให้ใช้สินเชื่อ
- เพิ่มวงเงิน: ทำได้เฉพาะเมื่อลูกค้ากดยินยอมเอง (opt-in)
ร่างยังห้ามผู้ให้บริการใช้การปิดกั้นการใช้แพลตฟอร์ม หรือการตัดสิทธิประโยชน์อื่นของลูกค้า เป็นเครื่องมือทวงหนี้
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าผู้ใช้ต้องรู้ต้นทุนและภาระหนี้ก่อนกดผ่อน เพราะยอดผ่อนเล็ก ๆ ที่ซ้อนกันหลายรายการอาจรวมกันเป็นภาระเกินตัว ตามรายงานของไทยพีบีเอสและบางกอกโพสต์
เกณฑ์ใช้กับ BNPL บนแพลตฟอร์มตลาดสินค้ารายใหญ่
ร่างนี้ใช้กับแพลตฟอร์มตลาดสินค้าตามเกณฑ์ 3 ข้อ
- มูลค่าธุรกรรม: มูลค่าธุรกรรมจากการให้บริการในประเทศเกิน 100 ล้านบาทต่อปี
- จำนวนผู้ใช้: ผู้ใช้ในประเทศเกิน 5% ของจำนวนราษฎรทั้งประเทศ คิดจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลัง
- แพลตฟอร์มในเครือ: ถ้าตลาดสินค้าผ่านข้อใดข้อหนึ่งข้างบน แพลตฟอร์มของนิติบุคคลหรือกลุ่มธุรกิจเดียวกันก็นับด้วย
แพลตฟอร์มที่มีไว้ซื้อขายระหว่างธุรกิจเป็นหลัก (B2B) ไม่อยู่ในขอบเขต เว็บไซต์ของร้านที่ขายเฉพาะสินค้าของตัวเองก็ไม่นับ ส่วนแพลตฟอร์มที่เคยเข้าเกณฑ์แล้ว จะอยู่ในขอบเขตต่อไปแม้ตัวเลขลดลงภายหลัง ร่างไม่ได้ระบุชื่อแพลตฟอร์มที่เข้าเกณฑ์
ลองเทียบกับพ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 ที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) กำกับ แพลตฟอร์มจะนับเป็นขนาดใหญ่เมื่อมีผู้ใช้เกิน 10% ของประชากร มีรายได้จากบริการประเภทเดียวเกิน 300 ล้านบาทต่อปี หรือรายได้รวมทุกบริการเกิน 1,000 ล้านบาทต่อปี
เกณฑ์ BNPL จึงตั้งสัดส่วนผู้ใช้ไว้ที่ครึ่งหนึ่งของตัวเลขนั้น และวัดจากมูลค่าธุรกรรมแทนรายได้
ผู้ให้บริการต้องมีใบอนุญาตและส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโร
ฝั่งผู้ให้บริการและฟินเทคมีเรื่องต้องเตรียมหลายข้อ
ผู้ให้บริการที่ยังไม่มีใบอนุญาตต้องยื่นคำขอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผ่าน ธปท. ภายใน 60 วันหลังประกาศมีผล และทำธุรกิจต่อได้ระหว่างรอผล ทุนจดทะเบียนชำระแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท รายที่ทุนไม่ถึงมีเวลาเพิ่มทุน 180 วัน
ธปท. จะพิจารณาผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้งานได้จริง (MVP) ด้วย ตั้งแต่แบบจำลองความเสี่ยงด้านเครดิตไปจนถึงระบบไอที ส่วนธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนไม่ต้องขอใบอนุญาตนี้ และบริษัทที่ได้ใบอนุญาตสินเชื่อส่วนบุคคลอยู่แล้วจะถือว่าได้รับอนุญาต เพียงแจ้ง ธปท.
กติกาการทำธุรกิจของ ธปท. เริ่มใช้ 90 วันหลังประกาศมีผล ส่วนการเป็นสมาชิกและส่งข้อมูลให้บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร เริ่มหลัง 270 วัน สินเชื่อ BNPL ที่ปล่อยก่อนประกาศมีผลยังใช้เงื่อนไขเดิมจนกว่าจะจ่ายครบ
เหตุผลหนึ่งคือผู้ให้บริการ BNPL บนแพลตฟอร์มบางรายยังอยู่นอกการกำกับ และไม่ได้ส่งข้อมูลให้ ธปท. ตามเอกสารรับฟังความเห็น ขณะที่ยอดสินเชื่อ BNPL เพิ่มจาก 6,800 ล้านบาทในปี 2021 เป็นเกือบ 18,000 ล้านบาทในปี 2024 หรือกว่า 2.5 เท่า (ฐานเศรษฐกิจ)
ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อเดือนสิงหาคม 2026 จากการแถลงของนายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธปท. ว่า ธปท. ห่วงเยาวชนที่เริ่มใช้ BNPL ผ่อนสินค้าราคาไม่สูง และรายงานเดียวกันระบุว่าหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 85.9% ต่อ GDP
ส่งความเห็นได้ถึง 15 พฤศจิกายน คาดประกาศใช้ภายในปีนี้
ใครอยากแสดงความเห็นต่อร่าง ยังมีเวลาถึง 15 พฤศจิกายน 2026
ส่งได้ทางเว็บไซต์ ธปท. หรือระบบกลางทางกฎหมาย Policy Watch ไทยพีบีเอส รายงานว่าคาดว่าจะประกาศใช้ภายในปี 2026 และช่องวันที่ในร่างประกาศกระทรวงการคลังก็ระบุเดือนพฤศจิกายน 2026 ไว้แล้ว เหลือเว้นเพียงวันที่
จุดที่ต้องจับตาต่อไปคือวันที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่ละฉบับมีผลวันถัดไป และวันนั้นคือวันเริ่มนับ 60 วันที่ผู้ให้บริการซึ่งยังไม่มีใบอนุญาตต้องยื่นคำขอ
คำถามที่พบบ่อย
ร่างเกณฑ์ BNPL ให้กู้ได้สูงสุดเท่าไร
ไม่เกิน 20,000 บาทต่อผู้ให้บริการ 1 ราย หรือรวมกันไม่เกิน 20,000 บาทหากกู้หลายรายในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ผ่อนคืนแต่ละรายการได้ไม่เกิน 6 เดือน ร่างไม่ได้บังคับให้นับรวมวงเงินจากผู้ให้บริการนอกกลุ่ม
เพดาน 15% รวมค่าธรรมเนียมด้วยหรือไม่
รวมด้วย เพดาน 15% ต่อปีครอบคลุมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทุกประเภท รวมถึงค่าธรรมเนียมที่พันธมิตรเรียกเก็บและส่วนต่างราคาเมื่อลูกค้าเลือกผ่อน ยกเว้นค่าติดตามทวงถามหนี้และดอกเบี้ยผิดนัดที่เก็บเพิ่มได้เมื่อผิดนัดชำระ
แพลตฟอร์มใดเข้าข่าย
แพลตฟอร์มตลาดสินค้าที่มีมูลค่าธุรกรรมจากการให้บริการในประเทศเกิน 100 ล้านบาทต่อปี หรือมีผู้ใช้เฉลี่ยต่อเดือนเกิน 5% ของประชากร รวมถึงแพลตฟอร์มของนิติบุคคลหรือกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ส่วนแพลตฟอร์ม B2B และเว็บไซต์ของร้านที่ขายเฉพาะสินค้าของตัวเองไม่เข้าข่าย
เกณฑ์มีผลเมื่อไร
ยังไม่มีผล การรับฟังความเห็นปิดวันที่ 15 พฤศจิกายน 2026 และตามรายงานของ Policy Watch ไทยพีบีเอส คาดว่าจะประกาศใช้ภายในปี 2026 ประกาศแต่ละฉบับมีผลวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และกติกาการทำธุรกิจของ ธปท. เริ่มใช้อีก 90 วันหลังจากนั้น
แหล่งข้อมูล
- Bank of Thailand: การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (BNPL)
- Bank of Thailand: เอกสารรับฟังความคิดเห็น แนวทางการกำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (PDF)
- Bangkok Post: Central bank seeks feedback on Buy Now, Pay Later rules
- Thai PBS: เปิดรับฟังความเห็นร่างเกณฑ์คุมสินเชื่อ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" ถึง 15 พ.ย.
- Thai PBS Policy Watch: จ่อคุม ซื้อก่อน ผ่อนทีหลัง รายละไม่เกิน 2 หมื่น ดอกเบี้ย 15%
- Thansettakij: เปิดเกณฑ์คุม 'ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง' จำกัดวงเงิน 2 หมื่น ผ่อนไม่เกิน 6 เดือน
- Thansettakij: BNPL โตแรงในไทย 'ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง' ทางออกหรือจุดเริ่มต้นหนี้ครัวเรือน?
- Thansettakij: ธปท.ถอดบทเรียน CLICX คุมเข้มสินเชื่อ จ่อจัดระเบียบ BNPL สกัดหนี้เสีย
- ETDA: Royal Decree on the Operation of Digital Platform Service Businesses That Are Subject to Prior Notification, B.E. 2565 (2022), English translation



